ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
ข่าวประชาสัมพันธ์
งานวิจัย ชื่อเรื่องการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการเขียนอย่างมีวิจารณญาณ

 

 

ชื่อเรื่อง      การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมการเขียนอย่างมีวิจารณญานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  โรงเรียนเหมืองแบ่งวิทยาคม

ชื่อผู้วิจัย   นางสาวอมรรัตน์  สุวรรณศรี  ตำแหน่งครู  วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนเหมืองแบ่งวิทยาคม  สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย

อำเภอวังสะพุง  จังหวัดเลย

ปีที่วิจัย           2561

 

บทคัดย่อ

 

{C}{C}{C}{C}{C}{C}{C}           การวิจัยครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมการเขียนอย่างมีวิจารณญาณกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  โดยการวิจัยและพัฒนามี  4  ขั้นตอน  คือ  ขั้นตอนที่  1  การวิจัย  (Research  :  R1)  ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน  (Analysis  :  A)  เกี่ยวกับแนวทางในการกำหนดและตรวจสอบนิยาม  ความสามารถ  และพฤติกรรมบ่งชี้  และการเขียนอย่างมีวิจารณญาณ  ในแต่ละด้าน ขั้นตอนที่  2  การพัฒนา  (Development  :  D1)  ออกแบบและพัฒนา  (Design  and  Develop  :  D & D)  รูปแบบการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมการเขียนอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขั้นตอนที่  3  การวิจัย  (Research  :  R2)  ทดลองใช้  (Implement  :  l)  รูปแบบการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมการเขียนอย่างมีวิจารณญาณ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ ขั้นตอนที่  4  การพัฒนา  (Development  :  D2)  ประเมินผล  (Evaluation  :  E)  กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  โรงเรียนเหมืองแบ่งวิทยาคม  สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย อำเภอวังสะพุง  จังหวัดเลย จำนวน 21 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย  1)  เครื่องมือสำรวจข้อมูลพื้นฐาน  ได้แก่  แบบสัมภาษณ์  2)  เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองใช้รูปแบบการเรียนการสอน  ได้แก่  รูปแบบการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมการเขียนอย่างมีวิจารณญาณกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และแผนการจัดการเรียนรู้  จำนวน  16  แผน  ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องของหลังสูตร  (IOC)  ระหว่าง  0.67 1.00  แสดงว่ารูปแบบการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมการเขียนอย่างมีวิจารณญาณ  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  มีคุณภาพ  มีความเหมาะสมในการนำไปทดลองใช้  3)  เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอน  ได้แก่  แบบทดสอบการอ่านอย่างวิจารณญาณ  แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบสอบถามวามพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอน  ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องของรูปแบบการเรียนการสอน  (IOC)  ระหว่าง  0.67 1.00  ดำเนินการเก็บข้อมูลทุกขั้นตอนด้วยตนเอง  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ  (%)  ค่าเฉลี่ย
 
ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องของรูปแบบการเรียนการสอน  (IOC)  ระหว่าง  0.67 – 1.00  ดำเนินการเก็บข้อมูลทุกขั้นตอนด้วยตนเอง  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ  (%)  ค่าเฉลี่ย  (  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (S.D.)


 

ผลการวิจัย  พบว่า

1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้ด้านการเขียนภาษาไทย ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาความสามารถการเขียนอย่างมีวิจารณญาณ พบว่า ครูส่วนมากยังขาดโอกาสในการสนับสนุนให้ผู้เรียนใช้ศักยภาพในการเขียนเท่าที่ควร โดยเฉพาะวิธีการคิดออกแบบ เนื้อหาและเลือกใช้ข้อความในการเขียนที่มีเหตุผลหรือข้อโต้แย้ง เพื่อชักจูงโน้มน้าวให้ผู้อ่านคิด ด้วยการไตร่ตรองและยอมรับเพื่อนําไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและเข้าใจ ทั้งนี้ผู้สอนเห็นว่าการเขียน อย่างมีวิจารณญาณเป็นสิ่งจําเป็นที่จะต้องนํามาพิจารณาดําเนินการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีศักยภาพในการเขียนอย่างมีวิจารณญาณ ที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์ สําหรับผู้เรียนด้านการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารแก่ผู้อื่นที่ถูกต้องและมีคุณค่า ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ ที่หลากหลายเพื่อจูงใจและท้าทายการคิดไตร่ตรองพร้อมใช้เหตุผลอ้างอิงของผู้เรียน อีกทั้งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่วนมากยังมีความสามารถพื้นฐานการเขียนภาษาไทยและการเขียนอย่างมีวิจารณญาณในระดับพอใช้ และต้องการการพัฒนาให้มีความสามารถในด้านดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก

2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมการเขียนอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบ ดังนี้ 1) หลักการ แนวคิด ทฤษฎีพื้นฐาน 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 4) ระบบสังคม 5) หลักการตอบสนองและ 6) ระบบสนับสนุน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องสนับสนุน ได้แก่ แนวคิดการให้เหตุผล (Reasoning) และ แนวคิดการคิดสะท้อนกลับ (Reflection) การเรียนรู้ความคิดรวบยอด (Concept Learning) และทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ (Constructivist) ทั้งนี้ได้สังเคราะห์ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้เป็น 5 ขั้น ประกอบด้วย 1) ขั้นกําหนดหัวเรื่องและขอบข่ายเนื้อหา 2) ขั้นตรวจสอบความเชื่อมโยงและความรู้ 3) ขั้นวิเคราะห์เหตุผลอ้างอิงและข้อโต้แย้ง 4) ขั้นสะท้อนกลับเพื่อปรับปรุงแก้ไขงานและ 5) ขั้นลงข้อสรุปและประเมินผล

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมการเขียนอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  พบว่า 1) นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความสามารถด้านการเขียนอย่างมีวิจารณญาณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียนเท่ากับ 21.68 และ 48.21 ตามลําดับ

4. ผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมการเขียนอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  โดยมีวัตถุประสงค์ย่อยดังนี้

          4.1 นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความสามารถด้านการเขียนอย่างมีวิจารณญาณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ซึ่งมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียนเท่ากับ 21.83 และ 48.70 ตามลําดับ

          4.2 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมการเขียนอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา  ปีที่ 3  โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

 


 

 

Word Document ดาวน์โหลดไฟล์
โพสเมื่อ : 20 ส.ค. 2563,00:00   อ่าน 85 ครั้ง